พ่อค้าส้มตำชี้จุดโดนตร.ยัดยารีด5หมื่น พงส.เร่งสรุปส่งปปช.ใน30วัน (ชมคลิปคลิกๆ )

พ.ต.อ.วิชัย แดงประดับ ผกก.กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการนครบาล 1 นำตัวนายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าส้มตำ หน้าปากซอยพระราม 6 พร้อม น.ส.สโรชา แน่นอุดร ลูกสาว ที่ถูกกลุ่มตำรวจสืบสวนนครบาล 1 ยัดยาเสพติด เรียกรับเงิน 50,000 บาท แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี มาชี้จุดเกิดเหตุเรียกรับเงิน-จ่ายเงิน และจุดคืนเงินหลังจากเรื่องดังกล่าวปรากฏต่อสื่อ

 

 

จุดแรกที่ร้านอาหารตามสั่งข้างตึกกองกำกับการสืบสวน 1 ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมนำตัว น.ส.สโรชา ลูกสาวนายศักดิ์ชัย มานั่งรออยู่ในมุมมืด เวลาประมาณ 01.00 น. ก่อนที่นายศักดิ์ชัย จะตามมาโดยมีนายตำรวจ 1 คน คอยคุมเชิงอยู่ จึงขอรับตัวลูกสาวกลับก่อน เพราะยังไม่รู้ที่มาที่ไปของเรื่อง เมื่อถึงบ้านพักตำรวจชุดดังกล่าวได้ตามไปที่ร้านและนำตัวนายศักดิ์ชัยกลับมาที่ กก.สส.บก.น.1 โดยให้นั่งรอที่ทางประตูขึ้นชั้น 2 ซึ่งเป็นจุดที่ 2 และจุดดังกล่าวเป็นที่ต่อรองเงิน โดยตำรวจชุดดังกล่าวพยายามข่มขู่อ้างมีหมายจับคดีกรรโชกทรัพย์อีก 1 คดีหลังจากนำบัตรประชาชาชนไปตรวจสอบกับทะเบียนประวัติผู้ต้องหา พร้อมสอบถามมีเงินเท่าไหร่

โดยเจ้าตัวบอกมีอยู่จำนวน 50,000 บาท แต่ตำรวจชุดดังกล่าว บอกยังไม่รับปากจะช่วยได้หรือไม่ อ้างต้องไปรายงานนายก่อน สักพักหัวหน้าชุดจึงลงมาบอกว่าได้ ก่อนนำตัวนายศักดิ์ชัย ขึ้นไปพูดคุยกันที่ห้องทำงานชั้น 2 จุดที่ 3 คือจุดที่ลูกชายนายศักดิ์ชัย นำเงิน จำนวน 50,000 บาท มามอบให้ “ด.ต.” นายหนึ่ง ที่หน้า กก.สส.บก.น.1 ที่นายศักดิ์ชัย ยืนดูอยู่บริเวณชั้น 2 เห็นพฤติการณ์ทั้งหมด และจุดที่ 4 ที่ สน.พญาไท หน้าห้องสืบสวน “ส.ว.” หัวหน้าชุด ได้นำเงินจำนวน 50,000 บาท มาคืนให้หลังจากเรื่องดังกล่าวแดงขึ้นถูกนำเสนอผ่านสื่อ มีการต่อรองให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่เคลียร์เพื่อให้เรื่องจบเลิกแล้วต่อกัน

นายศักดิ์ชัย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องดังกล่าว ได้มีจดหมายมาข่มขู่ถึงที่บ้านเป็นซองสีฟ้าระบุหน้าซองถึงตน ภายในเนื้อหาระบุ “เดี๋ยวตายเป็นหมาข้างถนน” ขณะนี้ก็รู้สึดหวาดกลัว หวั่นมีคนปองร้าย ญาติ ๆ ก็บอกให้กลับไปที่ต่างจังหวัด กลัวจะเป็นเป้านิ่งเพราะมีเรื่องกับตำรวจ เรื่องทั้งหมดจะจบลงแล้ว มีการพูดคุยกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่ แต่กลับมีตำรวจชุดดังกล่าวไปข่มขู่จึงต้องเดินหน้าสู้คดีให้ถึงที่สุด ที่ไม่สบายใจตอนนี้ เมื่อตำรวจทำผิดทำไมไม่ให้ออกจากราชการ เพียงแต่โยกไปอยู่อีกจุดหนึ่ง แต่เมื่อประชาชนที่กล่าวหาว่าทำผิดกลับจับติดคุกทันที

พ.ต.อ.วิชัย กล่าวว่า จากนี้จะได้สอบปากคำนายศักดิ์ชัย เพิ่มเติม พร้อมสอบเพิ่มในประเด็นที่พบว่ามีพลเรือนร่วมอยู่ด้วยถ้าพบว่ามีก็ดำเนินคดีข้อหาสนับสนุน ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกกล่าวหา หลังรวบรวมพยานหลักฐานจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลภายในเวลา 30 วัน.

เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน

Related posts