ตม.1 ซ้อนแผนรวบไนจีเรีย แฝงตัวเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยมีชื่อ, จับหนุ่มไอริช หนีหมายจับ 6 คดี กบดานในไทย

ตม.1 ซ้อนแผนรวบไนจีเรีย แฝงตัวเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยมีชื่อ, จับหนุ่มไอริช หนีหมายจับ 6 คดี กบดานในไทย

 


ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่องการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ ของชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยว ในประเทศไทยโดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ นั้น
สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง รรท.ผบช.สตม., , พล.ต.ต.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย รอง ผบช.สตม., , พล.ต.ต.ปฏิพัทธ์ สุบรรณ ณ อยุธยา ผบก.ตม.1, พ.ต.อ. เจนกมล คำนวล รอง ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.ธัชพงศ์ สารวนางกูร ผกก.กก.2 บก.ตม.1 และ พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมคนร้ายในช่วงที่ผ่านมาที่มีผลการปฏิบัติที่น่าสนใจ ดังนี้


1. เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ตม.1 และ กก.สส.บก.ตม.1 ได้ร่วมกันวางแผนจับกุม นายเบอร์ทาน (MR.BERTRAND) สัญชาติไนจีเรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2015/2558 ลงวันที่ 14 ก.ย.2558 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันปลอม ใช้เอกสารปลอม, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชน , ร่วมกันกระทำความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”


การจับกุมในคดีนี้เกิดจากการสืบสวนและประสานงานของเจ้าหน้าที่ บก.ตม.1 และ บก.ปอท. ซึ่งก่อนหน้านี้ทางการไทย ได้จับกุมสมาชิกแก๊งนี้ได้แล้วจำนวน 2 ราย คือนายไบรท์ (BRIGHT) และ นายออนยีคาชุกวู (OMNYEKACHUKWU) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1074/2558 และ 1075/2558 ลง 27 พ.ค.2558 ซึ่งถูกดำเนินคดีไปแล้ว จากการประสานและตรวจสอบข้อมูลทำให้ทราบว่านายเบอร์ทานฯ เป็นหนึ่งในสมาชิกตัวการสำคัญคนหนึ่งในแก๊งองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ทางการต้องการตัวและติดตามจับกุมตัวยังไม่ได้ตั้งแต่ปี 2558 โดยนายเบอร์ทานฯ ได้มายื่นขออยู่ต่อในราชอาณาจักร กับ กก.2 บก.ตม.1 ในกรณีเป็นนักศึกษาของสถาบันมีชื่อแห่งหนึ่ง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้วางแผนติดต่อให้นายเบอร์ทาน ฯ เข้ามาติดต่อเรื่องวีซ่าและเอกสาร และ เมื่อนายเบอร์ทานฯ มาพบ เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจสอบเอกสารประจำตัว (passport)

พบว่า มีการเปลี่ยนเล่มใหม่เพื่อให้ การตรวจสอบและติดตามข้อมูลทำได้ยากขึ้น เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจสอบข้อมูลในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศตรวจคนเข้าเมือง และ BIOMETRICS พบว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันตามหมายจับ จึงได้ทำการจับกุมตัวและ ส่งดำเนินคดีต่อไป นายเบอร์ทานฯ เป็นสมาชิกในขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติมีการทำธุรกรรมในบัญชีการเงินต่างๆ โดยส่งอีเมลสแกมที่มีการปรับแต่งเป็นอีเมลแอดเดรสของบริษัทเป้าหมายต่างๆ ไปหาลูกค้าของบริษัทนั้นๆ ในการรับโอนเงิน จากนั้นจะโอนเงินต่อไปยังสมาชิกเครือข่ายเพื่อ ฟอกเงิน ทำให้ยากต่อ การติดตามเงินกลับคืน การก่ออาชญากรรมในลักษณะนี้เป็นการหลอกลวง ทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งคนร้ายส่วนใหญ่จะเป็นชาวผิวสี กระทำเป็นขบวนการในลักษณะองค์กรอาชญากรรม ซึ่งในปี 2561 เป็นอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่สร้างความเสียหายเป็นตัวเงินมากที่สุด ประมาณ 370 ล้านบาท


2. กก.สส.บก.ตม.1 ได้ทำการสืบสวน ทราบว่า นายโจนาธาน (Mr.JONATHAN) สัญชาติไอริช เป็นบุคคลซึ่งก่อคดีอุกฉกรรจ์ที่ประเทศไอแลนด์ และ ถูกออกหมายจับจำนวน 6 หมาย
ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย เจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.ตม.1 ได้เสนอขออนุมัติ ผบก.ตม.1 เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และ ผบก.ตม.1 อนุมัติให้เพิกถอนเมื่อ 15 ก.ค.62
นายโจนาธาน (Mr.JONATHAN) ได้ก่อเหตุ เกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายสาหัส โจรกรรม และข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืนในประเทศไอแลนด์ต่างกรรมต่างท้องที่เป็นจำนวน 6 หมายจับ และหลบหนีมาซ่อนตัวในประเทศไทย ขณะหลบซ่อนตัว ก็พยายามปกปิดข้อมูลที่พักอาศัย โดยแจ้งที่พักอาศัยและหมายเลขโทรศัพท์ ไม่ตรงกับความเป็นจริง มีการเปลี่ยนแปลงที่พักไปมาและเดินทางอยู่ตลอดเวลา ทั้งในต่างจังหวัดและในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวได้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ ความพยายามติดตามและตรวจสอบข้อมูลจนทราบแน่ชัด ว่า นายโจนาธาน (Mr.JONATHAN) มาพักอยู่กับแฟนสาวชาวไทย เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้นำกำลังไปซุ่มรอและจับกุมตัวได้ในที่สุด และควบคุมตัวเพื่อผลักดันส่งกลับและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติหากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

Related posts