จ.จันทบุรี ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 3 แหล่งน้ำในจันทบุรี

 

จ.จันทบุรี ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จาก 3 แหล่งน้ำในจันทบุรี พสกนิกรร่วมพิธีอย่างคับคั่ง และจะประกอบพิธีอภิเษกเจริญพระพุทธมนต์วันจันทร์ที่ 8 เมษายน รวมทั้ง เวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก วันอังคารที่ 9 เมษายน ณ วัดพลับบางกะจะ

 


วันนี้ (6 เม.ย.62) ที่แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 แห่งของจังหวัดจันทบุรี ได้ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์จัดทำน้ำอภิเษกเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร / ที่แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ ธารนารายณ์ น้ำตกคลองนารายณ์บนเขาสระบาป ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมือง นายวิทูรัช ศรีนาม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานนำข้าราชการ ประชาชน ประกอบพิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีประชาชน จิตอาสา ร่วมพิธีจำนวนมาก โดยจิตอาสา และ ประชาชนที่มาร่วมพิธีกว่า 1,300 คนได้ส่งต่อขันสาครจากยอดเขาระยะทางเกือบ 2 กิโลเมตรเป็นการแสดงออกถึงความจงรัก ภักดี และความสมัครสมานสามัคคี ทั้งนี้ตามตำนานเล่ากันว่าที่ได้ชื่อ ธารนารายณ์ ก็เพราะต้นธารน้ำไหลออกมาจากถ้ำ ซึ่งภายในถ้ำนั้นมีเทวรูปพระนารายณ์สถิตอยู่ ชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันมานานแล้ว ความจริงต้นของธารน้ำสายนี้จริงๆ คือ น้ำตกสระบาปที่สูงมากและ ไหลพุ่งลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตรเศษลงอ่างเบื้องล่าง จากนั้นจึงไหลผ่านลงตามลาดเขาและมีอ่างขังน้ำที่อยู่ชั้นล่างโดยมีอ่างที่สำคัญแห่งหนึ่ง เรียกว่า “อ่างหงส์” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 เมื่อครั้งยังทรงผนวชเคยเสร็จประภาสเมื่อ พ.ศ. 2400 (จ.ศ.1219) และลงสรงน้ำในอ่างนี้กับโปรดให้สร้างเจดีย์และศาลาประทับ พักร้อนไว้ด้วย พระราชทานชื่อเจดีย์ “จุลสีห์จุมภตเจดีย์” เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประภาสจันทบุรี เมื่อ พ.ศ.2419 ก็ได้เสด็จไปน้ำตกสระบาปและทรงสรงน้ำที่อ่างหงส์ น้ำในธารนี้ใช้เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์มาแต่สมัยใดไม่ทราบชัด


แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์สระแก้ว ตำบลเขาพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่ นายพงษ์พัฒน์ วงษ์ตระกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรีเป็นประธานนำข้าราชการ ประชาชน พิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ มีการจัดรูปขบวนเทวดา นางฟ้า ร่วมพิธีเพื่อความเป็นสิริมงคลของผู้ร่วมงาน ตามตำนานกล่าวว่า น้ำที่สระแก้วอยู่ใกล้กับเขาสระแก้ว เมื่อกาลนานหลายชั่วอายุคนมาแล้ว มีผู้ที่พบสระน้ำแห่งหนึ่ง อยู่ในป่าทึบปราศจากบ้านคน มีน้ำเต็มเปี่ยมและใสบริสุทธิ์ มองเห็นเป็นสีมรกต มีปลานานาชนิดอยู่ สามารถมองเห็นถนัด ปลาที่อยู่ในสระก็ปราศจากคนรบกวนข้างสระมีต้นตาลใหม่งอกงาม เขียวชะอุ่มอยู่เป็นนิจ ในสระปรากฏแสงสว่างเป็นวงเขียว คล้ายแก้ว เป็นวงรอบสระ อีกประการหนึ่ง มีผู้พบเห็นแสงสว่างจากต้นตาล แล้วแสงสว่างนั้นสะท้อนลงในสระด้วยความสะอาดของน้ำในสระนั้น ปี พ.ศ. 2529 นายสุชาติ สงวนจิตร์ กำนันตำบลพลอยแหวน ในขณะนั้นเห็นว่าสระแก้วมีขนาดเล็กและตื้นเขินมาก จึงได้ทำหนังสือถึงราชเลขาธิการสำนักพระราชวัง เพื่อขอบูรณะสระแก้ว เนื่องจากว่านับตั้งแต่สมัยรัชการที่ 5 ในพระราชพิธีมูรธาภิเษก ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก โดยนำน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั่วราชอาณาจักรรวม 18 จังหวัด ที่ได้พลีกรรมนำมาประกอบพระราชพิธี ฯ ปรากฏว่า น้ำที่ได้จากสระแก้ว ตำบลพลอยแหวน ก็เป็นแห่งหนึ่ง ที่ได้นำเข้าพระราชพิธี ฯ ด้วย จนถึงราชกาลปัจจุบัน ในการนี้ ได้มีผู้จิตศรัทธาร่วมบริจาคในการบูรณะ สระแก้วเป็นเงิน 276,297 บาท โดยบูรณะให้มีขนาดกว้าง 6 เมตร ยาว 7 เมตรในปัจจุบัน
และ แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดพลับ ตำบลบางกะจะ อำเภอเมือง นายวิวัฒน์ มหาผลศิริกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี เป็นประธานนำข้าราชการ ประชาชน

พิธีพลีกรรมตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ ตามตำนานวัดนี้นามเดิมว่า “วัดสุวรรณติมพรุธาราม” แปลว่าอารามที่มีผลมะพลับทองเนื่องจากมีต้นมะพลับสาขาใหญ่โต เมื่อเวลามีผลสุกสีเหลืองอร่ามเหมือนสีทอง อาศัยโคนต้นบำเพ็ญกุศลได้เป็นอย่างดี ต่อมาประชาชนนิยมเรียกกันว่า “วัดพลับ” เมื่อสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กองทัพของพระองค์ได้เสด็จผ่านทางวัดพลับและพระองค์ได้ประทับแรมอยู่ที่วัดนี้ก่อนที่จะยกทัพเข้าตีเมืองจันทบูรพระองค์และแม่ทัพนายกองตลอดจนพลทหารได้ทรงรับการประพรมน้ำพระพุทธมนต์และรับถวายพระยอดธงซึ่งทหารทุกคนได้รับแจกด้วยส่วนพระยอดธงที่เหลือนอกนั้นได้นำไปบรรจุในเจดีย์ ต่อมาเจดีย์ได้แตกออกปรากฏว่ามียอดธงเป็นจำนวนมากซึ่งมีอภินิหารป้องกันภัยจนมีคำพูดในหมู่นักเลงพระว่า พระยอดธงดีต้องพระยอดธงของวัดพลับบางกะจะ หลังจากน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 แหล่งน้ำของจังหวัดจันทบุรีมาถึงที่วัดพลับบางกะจะ ได้มีการจัดรูปขบวนเพื่ออัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์เข้าสู่อุโบสถ โดยรูปขบวนมีข้าราชการ ทหาร ตำรวจ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ประชาชน นักเรียน นักศึกษาและชาวบ้าน ร่วมพิธีจำนวนมาก ซึ่งแถวของขบวนเริ่มจากซุ้มประตูหน้าวัดตลอดเส้นทางของถนนที่จะเข้าสู่วัดพลับบางกะจะ รูปขบวนได้เดินผ่านเข้าทางซุ้มประตูวัดพลับบางกะจะ และผ่านเจดีย์สถาปัตยกรรมเก่าแก่ก่อนที่จะเลี้ยวเข้าสู่อุโบสถวัดพลับบางกะจะเพื่ออัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 แหล่งของจังหวัดจันทบุรีเตรียมประกอบพิธีอภิเษกเจริญพระพุทธมนต์และ เวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก ในโอกาสต่อไป
ส่วนพิธีเสกน้ำอภิเษกน้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 3 แหล่งน้ำของจังหวัดจันทบุรีกำหนดประกอบพิธีที่วัดพลับบางกะจะ จังหวัดจันทบุรีจึงขอเชิญชวนประชาชน พสกนิกรชาวจังหวัดจันทบุรี ร่วมส่งขบวนอัญเชิญน้ำศักดิ์สิทธิ์ และร่วมพิธีอภิเษกเจริญพระพุทธมนต์ วันจันทร์ที่ 8 เมษายน และ เวียนเทียนสมโภชน้ำอภิเษก วันอังคารที่ 9 เมษายนโดยพร้อมเพรียงกัน

 

ภาพ/ข่าว จรัล บรรยงคเสนา ทีมข่าวภูมิภาค
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

Related posts