สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานการทำงาน ร่วม กสทช ตั้งคณะทำงานปราบ บริษัทปล่อยช่วงเช่าสัญญา VOIP ผิดกฎหมาย ดีเดย์สัปดาห์หน้า (ชมคลิปคลิกๆ )

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประสานการทำงาน ร่วม กสทช ตั้งคณะทำงานปราบ บริษัทปล่อยช่วงเช่าสัญญา VOIP ผิดกฎหมาย ดีเดย์สัปดาห์หน้า

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบช.ทท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รองผบก.ทท.1 พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รองผบก.ทท.2 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท. รองผบก.สปพ. นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผอ.สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ร่วมกันแถลงข่าว การตั้งคณะทำงานร่วมกับ กสทช. เพื่อตรวจสอบบริษัทที่ให้การเช่า VOIP หรือ การใช้บริการทางโทรศัพท์ผ่านระบบ อินเตอร์เน็ต โดยไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ชุมสายโทรศัพท์ ผิดกฎหมาย

พล.ต.ต.สุรเชรษฐ์ กล่าวว่า สำหรับวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกับทาง กสทช. จะมีการตั้งคณะกรรมการร่วมกันเพื่อตรวจสอบบริษัทที่ให้เช่าช่วงต่อ VOIP อย่างผิดกฎหมาย โดยจะมีพล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคราม รองผบ.ตร.เป็นประธาน และสน.ดอนเมืองเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ซึ่งภายในสัปดาห์จะเริ่มลงตรวจบริษัทที่รับช่วงต่อจาก 5 บริษัท คือ ทีโอที แคท ทรู เอไอเอส ดีแทค ซึ่งจะจัดการให้เด็ดขาดเพราะพบว่าบริษัทที่รับช่วงต่อเป็นบริษัทที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นเครื่องมือให้การหลอกลวงประชาชน เบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2560 ถึง 22 พฤษภาคม มีความเสียหาย 436 คดี มูลค่า 225,572,288.65 บาท ที่ผ่านมาพบว่าบริษัทที่ให้เช่าช่วงต่อจำนวน 3 บริษัท วัน ทรู ออล จำกัด บริษัทแพรคติเคิล เน็ตเวิร์ค จำกัด ไลฟ์ ไทม์ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บริษัท วัน ทรู ออล จำกัด กระทำความผิดมาแล้ว 3 ครั้ง ในข้อหา ประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือใช้คลื่นความถี่ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโดยไม่รับอนุญาต ตามมาตรา 67 ของพ.ร.บ.ประกอบกิจการโทรคมนาคม 2544

สำหรับการติดตามผู้ที่กระทำผิดในลักษณะดังกล่าวที่ผ่านมานั้นสามารถติดตามตัวได้ยากแต่เมื่อมีการตั้งคณะทำงานดังกล่าวก็จะสามารถติดตามตัวได้ง่ายขึ้น รวมไปถึงการติดตามผู้กระทำความผิด เกี่ยวกับการละเมิลลิขสิทธิ์ต่าง ๆ อาทิ การนำเข้าสื่อวิทยุโทรทัศน์ การจัดระเบียบซิบ การบล็อคเบอร์โทรศัพท์

พ.ต.อ.อาชยน กล่าวว่า สำหรับคณะทำงานจะแบ่งเป็น 3 ส่วน 1.คดีปกติ 2.คดีเกี่ยวกับความมั่นคง 3.คดีอาชญากรรมพิเศษ อาทิ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ โมแมสแกม หลังจากนี้จะตั้งคณะอนุกรรมไว้ทำงาน และจะมีการประสานงานร่วมกับบริษัทหลักทั้ง 5 บริษัท ตลอด 24 ชั่วโมง

นายพิชัย กล่าวว่า ระบบ VOIP เป็นการใช้บริการผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ซึ่ง 3 บริษัทนี้ การของอนุญาตนำเข้าทราฟิกเสียงซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ขอโดยตรง โดน 3 บริษัทนี้ได้รับอนุญาตประเภทที่ 1 คือไม่มีเครือข่ายเป็นของตนเอง แต่ไปใช้ให้บริการในประเภทที่ 2 คือมีเครือข่ายและไม่มีเครือข่าย ซึ่งถือเป็นการใช้ผิดประเภท โดยมีโทษปรับ 100,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาข้อบังคับให้มีการเพิ่มโทษ แต่เนื่องจากเป็นพระราชบัญญัติจึงเป็นไปได้ยาก

 

 

เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน

Related posts