นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขานรับนโยบายรัฐบาลจัดงาน e-commerce Big Bang : วิถีการค้าไทย สู่วิถีออนไลน์เปิดตัวเว็บไซต์ ‘ของดีทั่วไทย’เขย่ากระเป๋าสตางค์ขาช๊อป

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขานรับนโยบายรัฐบาลจัดงาน e-commerce Big Bang : วิถีการค้าไทย สู่วิถีออนไลน์เปิดตัวเว็บไซต์ ‘ของดีทั่วไทย’เขย่ากระเป๋าสตางค์ขาช๊อป :

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2561 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน e-commerce Big Bang : วิถีการค้าไทย สู่วิถีออนไลน์เปิดตัวเว็บไซต์ ‘ของดีทั่วไทย’ ขานรับนโยบายรัฐบาล เขย่ากระเป๋าสตางค์ขาช๊อปโดยคัดเลือกกันแบบเข้มข้นกว่าจะได้สินค้าระดับ หัวกะทิ ตอบโจทย์คนรักสินค้าไทย และเพิ่มช่องทางใหม่สำหรับธุรกิจที่พร้อมก้าวสู่โลกออนไลน์ต่อยอดคุณภาพแบบไม่รู้จบ…รวมถึงมีพิธีลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) การจับมือครั้งยิ่งใหญ่ระหว่าง 30 หน่วยงาน เดินหน้าขับเคลื่อน e-Commerce ทั้งประเทศไทยไปพร้อมกัน


นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้จัดกิจกรรม e-Commerce : Big Bang วิถีการค้าไทย…สู่วิถีออนไลน์ ขึ้น ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์มีความตั้งใจที่จะส่งเสริมและสร้างขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการและวิสาหกิจมีธุรกิจที่แข็งแรงพร้อมก้าวสู่การเป็น Trading Nation บนฐานขององค์ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม กิจกรรมฯ ในครั้งนี้จึงตอบโจทย์ความตั้งใจดังกล่าว เพราะเราจะร่วมกันสร้างระบบนิเวศครบวงจร (Ecosystem)ให้กับธุรกิจและเพิ่มช่องทางการค้าผ่านรูปแบบ e-commerce สู่ผู้ประกอบธุรกิจฐานรากได้มีเครื่องมือการตลาดที่เชื่อมสินค้าให้ถึงมือผู้บริโภคด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศและมูลค่าการส่งออกของไทยที่เพิ่มขึ้น เพิ่มอันดับการแข่งขันทางการค้าของชาติได้ตามเป้าหมายยุทธศาตร์ของกระทรวงที่ตั้งไว้


รมว. กล่าวต่อว่า “งาน e-commerce Big Bang เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาสินค้าชุมชน Offline 2 Online (B2C) เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการรายย่อย SMEs ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์ให้สามารถใช้เทคโนโลยีเพิ่มช่องทางการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไฮไลท์ของกิจกรรมแบ่งเป็น 2 ช่วงสำคัญ คือ พิธีเปิดตัวเว็บไซต์ “ของดีทั่วไทย” (www.kongdeetourthai.com) ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้คัดเลือกของดีและของเด่นจากทั่วประเทศมานำเสนอแก่ผู้บริโภคโดยตรงในรูปแบบ e-Directory เมื่อเข้าชมเว็บไซต์แล้วรับรองว่าท่านจะไม่ผิดหวังกับร้านค้าที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นในเบื้องต้นเพียง 100 ร้านค้า เพราะเป็นสินค้าระดับ พรีเมี่ยมที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ การันตีถึงความภาคภูมิใจเมื่อได้ใช้สินค้าไทย ทั้งนี้ร้านค้าที่ผ่านการคัดเลือกกระทรวงพาณิชย์จะช่วยพัฒนาต่อยอดและเสริมทักษะในด้านต่างๆ ให้เข้มแข็งมากขึ้น อาทิ การพัฒนาช่องทางการตลาดให้หลากหลาย (Marketing) การพัฒนาภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ (Branding) การวางตำแหน่งสินค้า (Positioning) เป็นต้น”


“สำหรับการซื้อขายสินค้าจากเว็บไซต์ของดีทั่วไทย ผู้ใช้บริการสามารถค้นหาสินค้าผ่านระบบการปักหมุด Location ร้านค้าของดีทั่วประเทศไทยจากแผนที่ (Mapping) นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมข้อมูลและเครื่องมือที่ผู้ประกอบธุรกิจจำเป็นต้องใช้ (e-Portal) เช่น เครื่องมือทางการตลาด การตรวจสุขภาพเว็บไซต์ เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงให้ทันสมัย การรวบรวมองค์ความรู้และข่าวสารใหม่ๆ เป็นต้น นอกจากนี้ในอนาคตกระทรวงพาณิชย์ ได้วางแผนที่จะพัฒนาเว็บไซต์ของดีทั่วไทยให้กลายเป็นตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace) ของสินค้าไทยซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ได้โดยตรง”


“นอกจากนี้ยังมีพิธีลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนง (Letter of Intent : LOI) ความร่วมมือการส่งเสริมช่องทางการตลาด e-Commerceแก่ผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย จำนวน 30 หน่วยงาน อาทิ หน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงพาณิชย์ หน่วยงานราชการ ตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace) ผู้ให้บริการขนส่ง (Logistics) และ ผู้ให้บริการชำระเงิน (e-Payment) เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์ ใน 5 ด้านคือ 1) การให้คำปรึกษา แนะนำช่องทางตลาดพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) และพัฒนาองค์ความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 2) การส่งเสริมและสร้างโอกาสทางการตลาดทั้งในรูปแบบออฟไลน์และออนไลน์อย่างครบวงจร 3) การร่วมมือประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ 4) การสร้างเครือข่ายระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนให้สามารถพัฒนาการขนส่งสินค้า (Logistics) และระบบชำระเงิน (Payment) ที่สามารถลดต้นทุนและสอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ และ 5) การเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการพัฒนาของกระทรวงพาณิชย์ กับตลาดกลางพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace) ภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์”


“กระทรวงพาณิชย์มุ่งมั่นที่จะผลักดันและยกระดับมาตรฐานคุณภาพของผู้ประกอบธุรกิจไทยให้เข้มแข็ง พร้อมที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นแนวคิดด้าน “การค้าไทยสู่วิถีออนไลน์” จะเป็นโอกาสสำคัญทางการตลาดที่จะสร้างผู้ประกอบธุรกิจไทยให้เดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจบนระบบดิจิทัล เกิดการเชื่อมโยงเครือข่ายโซ่อุปทานและกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง ปัจจุบันมูลค่าทางการค้าของธุรกิจ อีคอมเมิร์ซในประเทศไทยมีจำนวน 2.8 ล้านล้านบาท และมีผู้ประกอบการจำนวน 7 แสนราย ทั้งนี้ คาดการว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าอีคอมเมิร์ซจะสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าให้ประเทศไทยได้จำนวน 3 ล้านล้านบาท และมีผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบออนไลน์เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 1 ล้านราย” รมว. กล่าวในท้ายที่สุด

Related posts