เชค ปตท. เยียวยา คราบน้ำมัน ป่วน ชาวบ้าน ระงม! รอมา5ปีกว่าจะได้แต่พอได้มาแต่ชาวบ้านไม่รับเนื่องจากถูกหักหัวคิวมากเกินไป (ชมคลิปคลิกๆ )

เชค ปตท. เยียวยา คราบน้ำมัน ป่วน ชาวบ้าน ระงม! รอมา5ปีกว่าจะได้แต่พอได้มาแต่ชาวบ้านไม่รับเนื่องจากถูกหักหัวคิวมากเกินไป

เมื่อวัน14ณ. ที่ลานจอดรถธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยอง กลุ่มชาวบ้านจำนวนกว่า 30 คน คัดค้านกรณีได้รับเชคเยียวยา จากบริษัท ปตท. เมื่อ5 ที่ผ่านมา จากสาเหตุคราบน้ำมันรั่วไหลลงทะเล
โดยกลุ่มชาวบ้านในชุมชนเพรักษ์ และ ชุมชนบ้านท้ายตลาด ม.2 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง ที่ได้รวมตัวฟ้องร้องเป็นจนข่าวครึกโครม กระทั้งบริษัท ปตท.ยินยอมจ่ายค่าทดแทนให้กับผู้ได้รับผลกระทบในเหตุที่เกิดขึ้น

แต่ปรากฏว่าในวันนี้ กลุ่มชาวบ้านต้องพบกับเงื่อนงำที่ไม่อาจจะรับเชคเงินเยียวยาได้เนื่องจาก พบว่าผู้ที่รับมอบอำนาจในการไปรับเชคจาก บริษัท ปตท. มีพฤติกรรมที่ไม่โปร่งใส โดยมีการหักค่าหัวคิวจากการเบิกจ่าย เชค ในราคาที่ตกลงไว้ ว่าจะช่วยในเรื่องการเดินทาง การจัดหาทนายและค่าใช้จ่ายในการฟ้องร้องซึ่งตกลงกันไว้หัวละ 3,000 บาท ในส่วนนี่ชาวบ้าน ยินยอมรับได้
แต่ในวันนี้กับจะถูกหักค่าหัวคิวเป็นหลักหลายหมื่นบาท จึงทำให้กลุ่มชาวบ้านกว่า30 คน ไม่พอใจ เดินทางเข้าแจ้งความขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานว่ายังไม่ได้รับมอบเชคจากผู้รับมอบอำนาจ(นางจันทร์ฉาย บุญฤทธิ์ )ในการไปรับเชคจาก บริษัท ปตท.จึงมาแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เพ ไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่กลุ่มชาวบ้านกว่า30 คนได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เพ ปรากฏว่าผู้รับมอบอำนาจ ได้เดินทางมาที่ สภ.เพ พร้อมกับได้ชี้แจงให้กับกลุ่มชาวบ้านเจ้าของเชค แต่ปรากฏว่า ชาวบ้านไม่พอใจเกิดการโต้เถียงกันขึ้น ที่หน้า สภ.เพ จนผู้คนและกลุ่มชาวบ้านต่างยื่นมองด้วยความฉงน

พ.ต.ท.สากล คำยิ่งยง สารวัตร( สอบสวน) สภ.เพ จังหวัดระยอง ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ชุมชนเพรักษ์ ชุมชนท้ายตลาด ม.2 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง รวม 30 คน ได้รับแจ้งไว้เป็นที่เรียบร้อย

นางบุญมา สบายยิ่ง อายุ 69ปี 156/19 ม.2 ต.เพ อ.เมือง จ.ระยองได้เปิดเผยว่าในกรณีดังกล่าวว่าทาง ปตท. ได้สั่งจ่ายเชค ในการชดเชยอีกในกรณีพิเศษ ใบละ20,000 บาทถ้วน และ เชคสั่งจ่ายตามคำสั่งศาลให้กับชาวบ้าน โดยชาวบ้านได้มอบอำนาจให้ตัวแทนหัวหน้ากลุ่มที่ไปรับเชค จาก ปตท.มาให้กับชาวบ้าน แต่ปรากฎว่าเมื่อไปรับ
เชคมาให้กับชาวบ้าน ทางเจ้ (ฉ )หรือผู้รับมอบอำนาจ ได้ให้ชาวบ้านไปรับเชค ที่ลานจอดรถด้านหลังธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาระยอง เมื่อชาวบ้านเดินทางไปรับเชคตามที่นัดหมายไว้ ปรากฏว่า เจ้(ฉ) ขณะที่ก่อนจะให้เชคไป ได้ให้เซ็นชื่อและถ่ายรูป พอเสร็จ ก็ให้ไปขึ้นเงิน โดยมีคนประกบไปด้วย ทางป้าพรชนก กับ ป้าสมศรี เนตรกระจ่าง อายุ68 ปี ไม่ยอมขึ้นเชค ทำให้คนที่เดินตามประกบมากลับไปแจ้งเจ้(ฉ)จากนั้นเจ้(ฉ)ก็ขอได้นำเชค กลับไป เพราะไม่ยอมจ่ายหัวคิว

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านที่ถูกหักเงินค่าหัวคิวอีก3รายได้เดินทางมาแจ้งความเพิ่มอีกว่า
หลังรับเชคและเบิกเงินมาแล้วกับถูกหักหัวคิวไปเป็นเงิน แสนกว่าบาท โดยเหลือรับเงินจริง เพียงคนละ 14,000 บาท อีกด้วย

ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.สากล คำยิ่งยง สารวัตร ( สอบสวน) สภ.เพ ได้รับแจ้งไว้พร้อมกล่าวว่าต้องทำการสอบสวนก่อนในเบื้องต้นและจะดำเนินการให้ความเป็นธรรมกับกลุ่มชาวบ้านในทันที

ด้านนายภีมเดช อมรสุคนธ์ ประธานสิทธิมนุษยชนและสิ่วแวดล้อมภาคตะวันออก ได้เดินทางมาเป็นตัวแทนกลุ่มชาวบ้านในการเจรจา ไกล่เกลี่ย ให้กับกลุ่มชาวบ้านให้ได้รับความเป็นธรรม อีกทั้งได้พากลุ่มชาวบ้านเข้าไปพบผู้บริหารกลุ่ม ปตท.

โดย น.ส.เชาวนี พันธุ์พฤกษ์
ประธานอนุกรรมการชุมชนสัมพันธ์ และ การสื่อความ กลุ่ม ปตท.จังหวัดระยอง พร้อมคณะผู้บริหารให้การต้อนรับกลุ่มชาวบ้าน พร้อมกับได้ชี้แจงและรับฟังในสิ่งที่เกิดขึ้น และได้กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นทางกลุ่ม ปตท.ได้มีการสั่งจ่ายเชค ตามคำสั่งศาล แต่เหตุที่เกิดขึ้น ไม่สามารถชี้ได้ว่าใครผิดใครถูกเนื่องจากไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายในข้อตกลงของชาวบ้านกับผู้รับมอบอำนาจที่มารับเชคไป เบื้องต้นกลุ่มชาวบ้านต้องการให้นำเชคมาคืนที่ บริษัท ปตท.GC จากนั้นกลุ่มชาวบ้านจะขอมารับเชคด้วยตนเอง ในส่วนนี้ ปตท.ได้รับเรื่องและพร้อมดำเนินการให้เป็นที่เรียบร้อยโดยมีนายภีมเดช ฯ ประธานสิทธิมนุษยชนฯ เป็นตัวกลางประสานงานในเรื่องนี้
กลุ่มชาวบ้านพอใจได้ขอบคุณบริษัท ปตท.ที่มีความเป็นธรรมก่อนแยกย้ายกลับบ้าน

ภาพ/ข่าว ราชัญ กองทอง
นาย พรเทพ เขม้นเขตวิทย์
รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

Related posts