ตร.ท่องเที่ยวสนธิกำลัง ตร.ปคบ. ตร.กองปราบ เจ้าหน้าที่ อย. เจ้าหน้าที่สรนพากร ลุยตรวจร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมย่านดอนเมือง เตรียมกวาดล้างผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฏหมายให้สิ้นซาก (ชมคลิปคลิกๆ )

ตร.ท่องเที่ยวสนธิกำลัง ตร.ปคบ. ตร.กองปราบ เจ้าหน้าที่ อย. เจ้าหน้าที่สรนพากร ลุยตรวจร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมย่านดอนเมือง เตรียมกวาดล้างผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฏหมายให้สิ้นซาก

 

เมื่อเวลา 08.40 น. วันที่ 4 พฤษภาคม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) 100 นาย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) 50 นาย กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (บช.ทท.) 50 นาย ชุดเฉพาะกิจจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 50 นาย ตำรวจท้องที่ สน.ดอนเมือง 20 นาย สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าทสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรืออย. เจ้าหน้าที่กรมโรงงาน เจ้าหน้าที่สรรพากร ร่วมกว่า 300 นาย ตรวจค้นทั้งหมด 13 จุด

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า การค้นครั้งนี้เป็นการตรวจค้นครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ตรวจค้นไปแล้ว 6 จุด และวันที่ 2 พฤษภาคม มีการตรวจค้น 117 จุด และสามารถตรวจยึดของกลางได้จำนวน 107 จุด รวมทั้งหมด 2 วันที่ผ่านมามีการตรวจค้น 123 จุด สามารถตรวจยึดได้ 113 จุด และนำตัวเจ้าของร้านค้าไปสอบปากคำที่ สโมสรตำรวจวิภาวดีรังสิต ตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งใจจะสอบปากคำที่ตลาดแห่งนี้ แต่เนื่องจากทางเจ้าของตลาดไม่ให้ใช้สถานที่ โดยตลอดทั้ง 2 วันที่ผ่านมาที่มีการเข้าตรวจค้น พบร้านค้ากว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ขายของผิดกฎหมาย และในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีหมายค้นมาทั้งหมด 12 หมาย ตามเป้าที่ตั้งไว้ซึ่งจะต้องทำการตรวจค้นให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ทั้งนี้หากพบว่ามีผู้ขัดขวางการทำงานให้แจ้งว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ แต่หากยังขัดขวางอยู่ไม่ว่าบุคคลใดก็ให้ถ่ายวิดีโอและภาพไว้ เพื่อจะนำไปดำเนินคดี 1 ครั้ง ต่อ 1 กระทง โดนมีโทษ จำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ส่วนกรณีพ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจรองผกก.สันติบาล นั้น ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของทำการปฏิบัติการก่อน ส่วนเรื่องอื่นนั้นอายุความยังอยู่อีกนานสามารถดำเนินการได้ ขอย้ำอย่าให้กำลังพลแตกเกิดเหตุอะไรตนจะรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานที่มีความอดทนและอดกลั้นในการปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้
พร้อมให้สโลแกนกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการ “องอาจ สมาร์ท ฮึกเหิม”

ต่อมา เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. , พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบก.ทท. , พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. , พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. ได้เดินทางเข้ามาร่วมตรวจสอบเข้าค้นร้านอาสา ซึ่งพบว่าร้านดังกล่าวมี วัตถุดิบ ที่ใช้ผลิตเครื่องสำอางเป็นจำนวนมาก ภายหลังการเข้าค้นซึ่งวันนี้เป็นการตรวจค้นเป็นวันที่ 3 ตรวจค้นทั้งหมด 12 จุด และเจอสิ่งผิดกฎหมายทั้ง 12 จุด จึงได้ทำการยึดสินค้าดังกล่าวให้ทางเจ้าหน้าที่คณะกรรมการอาหารและยาตรวจสอบ และร้านไหนที่ยังไม่เปิดก็จะทำการของหมายศาลเข้าค้นอีก นอกจากนี้มีการตรึงกำลังตลอดทั้งคืนเพื่อไม่ให้มีผู้ใดลักลอบเข้ามาขนย้ายของไปจำหน่าย สำหรับเจ้าหน้าที่ที่มีการอำนวยให้กับพ่อค้าแม่ค้านั้น อย่างไรก็ตามจะเดินให้สุดทางและมีการดำเนินคดีกับทุกราย ตนจะเป็นคนดำเนินคดีการตรวจเองอย่างละเอียด โดยจะนำสิ่งของทั้งหมดก็จะนำไปจัดเก็บที่ บก.จร. ชั่วคราว ในส่วนของร้านค้าแผงลอยในตลาดแอร์พอร์ตเหลือเพียง 18 ร้าน ซึ่งในวันนี้ทางพ่อค้าแม่ค้าก็ได้ยินยอมให้ตรวจค้นก็จะสามารถเปิดร้านได้ตามปกติ

ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า กรณีพ.ต.ท.สันธนะ นั้น บ้านเมืองมีกฎหมายก็ต้องทำกฏหมายให้เป็นกฎหมาย ไม่ใช่มาขายสินค้าอย่างนี้ ทุกคนสามารถขายได้แต่ต้องขายสินค้าที่ถูกต้อง ส่วนผู้ใดที่เข้ามาขัดขวางเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ก็จะดำเนินการทันที

 

เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน

Related posts