ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา เรียกประชุมด่วน เร่งช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานที่ไต้หวัน

ผู้ว่าฯฉะเชิงเทรา เรียกประชุมด่วน เร่งช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานที่ไต้หวัน

วันนี้ ( 30 เม.ย.61) ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฉะเชิงเทรา ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายกิตติพันธุ์ โรจนชีวะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย นายมาโนช แสงประเสริฐ แรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา นายอนันต์ กลั่นขยัน จัดหางานจังหวัดฉะเชิงเทรา นายมนัส ทานะมัย ประกันสังคมจังหวัดฉะเชิงเทรา นายศักดิ์ศิลป์ ตุลาธร สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าร่วมประชุม เพื่อหาแนวทางการช่วยเหลือครอบครัวนายภาณุพงศ์ เสงี่ยม คนงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงงานซินพูน สาขาผิงเจิ้น ประเทศไต้หวัน โดยมีนางวิลัย เสงี่ยม อายุ 49 ปี มารดา นายสมัย พละศักดิ์ น้าชาย อายุ 45 ปี นางสาวทัศนีย์ เสงี่ยม พี่สาว อายุ28 ปี เข้าร่วมประชุมด้วย


นายสุวิทย์ คำดี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ของนางวิลัย เสงี่ยม แต่เนื่องจากเป็นอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดมาก่อน พร้อมพูดให้กำลังใจกับครอบครัวและรับปากว่าจะอำนวยความสะดวกเรื่องสิทธิประโยชน์ ที่ต้องได้ตามระเบียบของกฎหมายอย่างรวดเร็ว จากนั้นได้เมอบเงิน จำนวน 5,000 บาท จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นการช่วยเหลือในเบื้องต้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า นายภาณุพงศ์ เสงี่ยม ถือว่าเป็นลูกกตัญญู ที่เดินทางไปทำงานเพื่อหารายได้ เป็นเสาหลักที่ส่งเสียเลี้ยงดูครอบครัว ส่งเงินมาให้มารดาเดือนละ 15,000 บาท ในเบื้องต้นทางจังหวัดฯ ได้มอบเงิน จำนวน 5,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายไปก่อน

ส่วนสิทธิประโยชน์อื่นๆที่จะได้ เป็นค่าจัดการศพ 40,000 บาท เงินสงเคราะห์จากกองทุนแรงงานเดินทางไปต่างประเทศอีก 40,000 บาทและเงินจากกองทุนประกันสังคมที่ผู้ตายเคยทำงานอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งในส่วนนี้ได้สั่งการให้แรงงานจังหวัดและจัดหางานจังหวัด รีบดำเนินการให้โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ที่ประเทศไต้หวัน ก็ยังมีสำนักงานแรงงาน ณ กรุงมะนิลา(ส่วนที่ 2 ไทเป) ซึ่งกำลังดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนคือสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อหาทางช่วยเหลือทั้งด้านสิทธิประโยชน์ทางไต้หวัน เช่น ค่าจ้างค้างจ่าย ภาษี หรือเงินช่วยเหลือจากนายจ้างทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานในประเทศไทยหรือจากประเทศไต้หวัน รวมไปถึงการนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศลตามศาสนาที่บ้านเกิด โดยได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลอำนวยความสะดวกให้อย่างใกล้ชิดและเร่งด่วนต่อไป


ด้านนางวิลัย เสงี่ยม อายุ 49 ปี มารดาของนายภาณุพงศ์ เสงี่ยม กล่าวด้วยน้ำตานองหน้าและยังอยู่ในอาการเศร้าโศกเสียใจว่า วันนี้ได้นำเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมามอบให้เจ้าหน้าที่ และได้มาฟังท่านผู้ว่าพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอธิบาย ถึงรายละเอียดขั้นตอนต่างๆ เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ ก็สบายใจขึ้นได้บ้าง ก็คงจะต้องพึ่งพาต่อไปเพราะครอบครัวตนเองไม่รู้จะหาหนทางอย่างไร ไม่รู้ว่าสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับนั้นมีอะไรอย่างไรหรือต้องทำอย่างไรบ้าง ส่วนเงินที่ได้รับในฐานะทายาทนั้น คงจะไม่คุ้มต่อการสูญเสียลูกชายไป เพราะเขาเสมือนเป็นเสาหลักของครอบครัวและมีลูกชายเพียงคนเดียวเท่านั้น สิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ ศพของลูกชายที่อยากจะให้รีบนำกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดอย่างเร็วที่สุด

 

**************************

Related posts