พังงา……เริ่มคึกคักเข้าสู่ high season !!! นักท่องเที่ยวแห่ชมธรรมชาติเมืองแห่งประวัติศาสตร์อันดามัน เกาะแก่งสวยงามติดอันดับโลก

พังงา……เริ่มคึกคักเข้าสู่ high season !!! นักท่องเที่ยวแห่ชมธรรมชาติเมืองแห่งประวัติศาสตร์อันดามัน เกาะแก่งสวยงามติดอันดับโลก

เมื่อวันที่ 12 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวจังหวัดพังงา รายงานว่า ขณะนี้บรรยากาศการท่องเที่ยวของจังหวัดพังงาเริ่มเข้าสู่ฤดูการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ หรือช่วง high season แล้วซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย.-เม.ย.ของทุกปี ก็จะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศเริ่มหลั่งไหลเข้ามาท่องเที่ยวพักผ่อนกันเป็นจำนวนมากปีละกว่า 10 ล้านคน สร้างรายได้ปีละกว่า 1 แสนล้านบาท
โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวอำเภอตะกั่วป่าเช่น เขาหลัก คึกคัก บางเนียง บางสัก เกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า นักท่องชั้นนำ กระเป๋าหนักนิยมมาพักผ่อน ชมธรรมชาติ หลากหลายรูปแบบ มีการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้า ของที่ระลึก อาหาร ที่พัก ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวบนบก เช่นการเดินป่า ไต่เขา ขี่ม้า ขี่ช้างท่องเที่ยวตามป่าเขาลำเนาไพรเช่นเขาลำแก่น ลำรู่ เขาสก เขาตาจอ เขาไข่นุ้ย เทือกเขานมสาว ส่วนในทะเลก็จะท่องเที่ยวดำน้ำ ชมธรรมชาติเกาะแก่งในทะเล เรือทัวร์ต่างๆ เช่นดำน้ำดูปลาสัตว์น้ำ แนวปะการังชายทะเลเขาหลัก เขาหน้ายักษ์แนวทะเลท้ายเหมือง เกาะผ้า เกาะบัว เกาะพระทอง เกาะสุรินทร์ เกาะสิมิลัน เป็นต้นสร้างรายได้อย่างมหาศาลแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว
ตะกั่วป่าเมืองท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์

ข้อมูลพบว่าเป็นเมืองเก่าและเป็นศูนย์กลางการค้าแร่ขนาดใหญ่มาก่อน ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองมาก ซึ่งในสมัยโบราณได้กล่าวถึงเมืองท่าที่สำคัญทางตะวันออก “สุวรรณภูมิ” อยู่บริเวณแหลมมลายูหรือแหลมทองทางตะวันตกตั้งแต่ตะโกลา(Takola) มีเมืองท่าตะโกลา(Takola) วรรณคดีอินเดียโบราณเรียกว่า “สุวรรณทวีป” ดินแดนที่เรียกว่า “สุวรรณทวีป” มีเมืองท่าที่สำคัญที่นักโบราณคดีว่าไว้ ได้แแก่เมือง”ตะกั่วป่า” (Takuapa)เดิมเป็นชาวป่าพวกหนึ่ง เรียกว่า “ซาไก” ต่อมาชาวมลายูได้อพยพเข้ามาตั้งหลักแหล่งในดินแดนแถบนี้ประมาณ พ.ศ. 200 – 300 พระเจ้าอโศกมหาราชจักรพรรดิแห่งประเทศอินเดียได้ยกกองทัพมาปราบแคว้นกลิงคราษฎร์ ในดินแดนตะวันออกเฉียงใต้ ชาวกลิงคราษฎร์บางพวก จึงได้อพยพมาขึ้นที่เมืองตะกั่วป่า และเมืองใกล้เคียงโดยได้นำความรู้ต่างๆ มาเผยแพร่ในดินแดนแถบนี้ด้วยเมืองตะกั่วป่าเป็นเมืองท่าที่สำคัญ ที่ชนชาติทางตะวันตกรู้จักเป็นอย่างดี โดยเฉพาะชนชาติอินเดีย ซึ่งได้มาถึงเมืองนี้ก่อนชนชาติอื่นๆ ดังปรากฏหลักฐานในหนังสือมิลินทปัญหาซึ่งได้เขียนไว้เมื่อประมาณ พ.ศ. 500 ว่าชาวอินเดียเรียกเมือง

ตะกั่วป่าว่า “เมืองตกุโกล” หรือ “ตกโกล” ในภาษาบาลีและ ตกุลในภาษาสิงหล แปลว่า กระวาน เหตุผลที่ได้เรียกชื่อดังนี้ น่าจะสืบเนื่องมาจากเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ด้วยเครื่องเทศ และในเวลาต่อมาชาวกรีก อาหรับและเปอร์เซียเข้ามาทำการค้าขายติดต่อด้วย ปรากฏตามจดหมายเหตุของปโตเลมี เรียกเมืองนี้ว่า “ตะโกลา” อาหรับเรียกว่า “กะกุละ” หรือ “กะโกละ” นอกจากนี้ ยังมีชาวจีนได้นำเอาเครื่องกระเบื้องเข้ามาค้าขายยังถิ่นฐานนี้ตั้งแต่ 1,600 ปีมาแล้ว และก็มีชนชาติต่างๆ เข้ามาติดต่อค้าขายในพื้นที่
เมืองตะกั่วป่าหรือเมืองตะโกลานั้น เดิมขึ้นอยู่ในปกครองของเมืองนครศรีธรรมราชซึ่งเป็น เมืองเอกราชของประเทศศรีวิชัย แต่เมื่อประมาณ พ.ศ. 1832 ชนชาติไทยได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในแคว้นสุวรรณภูมิ และมีอำนาจมากขึ้นจนตีได้เมืองนครศรีธรรมราชและเมืองตะกั่วป่า ต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2437 ได้แบ่งเขตการปกครอง ตะกั่วป่าจึงมีฐานะเป็นจังหวัดขึ้นกับมณฑลภูเก็ต


การตั้งถิ่นฐานทางภาคใต้พบว่าไม่มีชุมชนโบราณตั้งอยู่ในบริเวณที่เป็นภูเขาเลย ส่วนใหญ่ ตั้งถิ่นฐานอยู่ในที่ราบหรือบนเนินทรายที่น้ำท่วมไม่ถึง ชุมชนเหล่านี้จะรวมตัวกันเป็นกลุ่มๆ ในบริเวณ ที่เอื้ออำนวยต่อการติดต่อกับภายนอก ลักษณะภูมิประเทศทางภาคใต้ฝั่งตะวันออกเป็นแผ่นดินแคบ คาบสมุทรทอดยาวไปจนจรดสหพันธรัฐมาเลเซีย การเชื่อมโยงติดต่อกันนั้นนอกจากจะมีเทือกเขา ลำน้ำสายต่างๆ และพื้นที่ราบที่ออกสู่ทะเลแล้วยังสามารถทำเป็นอ่าวจอดเรือได้เป็นอย่างดี จากลักษณะการตั้งถิ่นฐานไม่ปรากฏพบกลุ่มของชุมชนโบราณที่เห็นเป็นรูปร่างได้ แต่เริ่มเห็นในเขตอำเภอตะกั่วป่าตั้งแต่บริเวณเกาะคอเขาตอนปากคลองตะกั่วป่า เข้ามาตามลำคลองที่มีชุมชนกระจายตัวอยู่ตามลำน้ำจนเกือบถึงเชิงเทือกเขาศกที่เป็นต้นน้ำ ชุมชนในอำเภอตะกั่วป่าตั้งแต่บริเวณเกาะคอเขาตอนปากคลองตะกั่วป่า พบว่าเป็นชุมชนเก่าที่มีสถาปัตยกรรมชิโน – โปรตุกีส เกิดขึ้นสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์จนถึงรัชกาลที่ 7
ชุมชนตะกั่วป่า (เก่า) ซึ่งมีอายุเก่าแก่ที่สุดตัวอักษรของศิลาจารึกที่พบในเขตอำเภอตะกั่วป่านี้แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของการตั้งหลักแหล่งของพวกอินเดียใต้


จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์พบว่ากลุ่มชุมชนเก่าที่อาศัยอยู่ในเมืองตะกั่วป่า มีสถาปัตยกรรมแบบชิโน-ตุกีส ที่เกิดจากอิทธิพลทางการค้ากับชาวต่างชาติ ซึ่งสามารถแอาคารชิโน – โปรตุกีส เป็นอาคารที่มีโครงสร้างเป็นกำแพงรับน้ำหนัก มีอาณาเขตมีลวดลายประดับอาคารเป็นยุโรป สาปูนปั้นอาคารทรงจีน อาคารชิโน-โปรตุกีส มีลวดลายประดับอาคารในส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลวดลายแบบจีนหรือยุโรปหรือแบบอุตสาหกรรมสถาปัตยกรรมท้องถิ่น”กำแพงค่ายเมืองตะกั่วป่า” ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญ โดยอยู่ในการดูแลของกรมศิลปากร ที่ตั้งของกำแพงค่ายเมืองตั้งอยู่ใกล้กับคลองตะกั่วป่าบริเวณสามแยกคลองปิกับคลองตะกั่วป่า
นอกจากนั้นจังหวัดพังงามีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายร้อยแห่งทั้งทางทะเลและบนบก โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางธรรมชาติในอำเภอเมืองเช่น ถ้ำฤาษี ถ้ำลอด เขาช้าง เกาะปันหยี เกาะยาว เขาตาปู อ่าวพังงา เป็นต้นรวมทั้งอำเภออื่นๆก็มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย

 

…………………..
ภาพ/ข่าว นายพงษ์ศักดิ์ ประทีป/อ.นักข่าวอาวุโสจังหวัดพังงา รายงาน

Related posts