ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ‘ประหารชีวิต’ สถานเดียว “อาร์ตูร์” ฆ่าหั่นศพนักธุรกิจสเปนเพื่อนร่วมชาติ ชดใช้เงินเงินผู้เสียหาย

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ‘ประหารชีวิต’ สถานเดียว “อาร์ตูร์” ฆ่าหั่นศพนักธุรกิจสเปนเพื่อนร่วมชาติ ชดใช้เงินเงินผู้เสียหาย

 

เมื่อเวลา 10.00น. เศษ ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ คดีหมายเลขดำ อ.1372/59 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายอาเธอร์ เซการา พรินเซฟ อายุ40ปี ชาวสเปน จำเลยในความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯเเละไตร่ตรองไว้ก่อน,ปิดบังซ่อนเร้นทำลายศพ

โดยคำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่ากรณีระหว่างวันที่ 20 -26 มกราคม 59 ต่อเนื่องกัน จำเลยได้ฆ่า นายเดวิด เบอร์นาด โมรัค เพื่อนร่วมชาติภายในห้องพัก พีจี .คอนโดฯ ย่านพระราม 9 จนถึงแก่ความตาย แล้วนำศพแช่ในตู้แช่หั่นเป็นชิ้นนำไปทิ้งลงแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งยังลักเอาเงินจำนวน734,940 บาทของผู้ตาย

ต่อมามีผู้พบชิ้นส่วนศพที่ใกล้วัดคฤหบดี แขวงบางยี่ขันเขตบางกอกน้อย กทม. ที่แม่น้ำเจ้าพระยาริมท่าน้ำปากเกร็ด จ.นนทบุรี และที่ท่าน้ำที่จ.ปทุมธานี โดยจำเลยได้ หลบหนีไปที่ ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด เพื่อเตรียมตัวหนีไปต่างประเทศ

คดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธโดยตลอด ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง จึงพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว และให้ชดใช้เงินค่าเสียหายแก่ญาติผู้ตายด้วย

จากนั้นจำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ โดยการนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในวันนี้ จำเลยถูกเบิกตัวมาจากเรือนจำ มาเพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยในห้องพิจารณามีการจัดล่ามภาษาสเปนและมีสื่อมวลชนจากประเทศสเปนเข้าร่วมฟังการอ่านคำพิพากษา

โดยศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยรู้จักกับผู้ตาย แล้วชักชวนผู้ตายมาเข้าพักที่ห้องซึ่งจำเลยเปิดไว้ ต่อมาได้บังคับให้ผู้ตายบอกรหัสผ่านทางอิเลคทรอนิกส์ เเละลงมือทำร้ายผู้ตาย กับได้เอาเงินสด734,940บาท ไป ก่อนลงมือฆ่าผู้ตายเเละกระทำการหั่นศพ ซึ่งแม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน แต่โจทก์มีพยานแวดล้อมกรณี เช่นแม่บ้านทำความสะอาด กล้องทีวีวงจรปิด เพื่อนหญิงของจำเลย ประกอบกับพยานวัตถุทางนิติวิทยาศาสตร์ เช่น คราบเลือด เหงื่อ ที่อุปกรณ์เจียรหินไฟฟ้า ตู้แช่ ที่มีดีเอ็นเอตรงกับของผู้ตายและตรงกับดีเอ็นเอของจำเลย

ศาลเห็นว่าพฤติการณ์ของจำเลยมีเจตนาฆ่าโดยคิดทบทวนวางแผน กับซ่อนเร้นทำลายศพเพื่อปกปิดเหตุแห่งการตาย ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยกับศาลชั้นต้น อุทธรณ์จำเลยฟังไม่ขึ้นพิพากษายืนให้ประหารชีวิต กับให้จำเลยชดใช้เงิน7แสนบาทเศษ โดยภายหลังฟังคำพิพากษาเสร็จนายอาเธอร์ยังมีสีหน้ายิ้มแย้มพูดว่า “สบายดีครับ”

 

เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน

Related posts