หนุ่มคลุ้มคลั่ง จับนักท่องเที่ยว และพนักงานคนไทย 6 คน เป็นตัวประกัน พร้อมยิงปืนข่มขู่หลายนัด หาดไร่เลย์ กระบี่

หนุ่มคลุ้มคลั่ง จับนักท่องเที่ยว และพนักงานคนไทย 6 คน เป็นตัวประกัน พร้อมยิงปืนข่มขู่หลายนัด หาดไร่เลย์ กระบี่

 

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 10 ก.ค.61 พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชวลิต เพชรศรีเปีย ผก.สภ.อ่าวนาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ภ.จว.กระบี่ ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่อุทยาน เข้าควบคุมตัวนายเอกพจน์ พ่วงเพ็ชร อายุ 32ปี อยู่บ้านเลขที่ 241 ม.1 ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมยึกอาวุธปืน ขนาด357 มม.จำนวน1 กระบอก พร้อมกระสุน 9นัด จ.กระบี่ ไปทำการควบคุมสติอารมณ์ ที่สภ.อ่าวนาง หลังเกิดอาการคลุ้มคลั่ง จับนักท่องเที่ยวและพนักงานคนไทยรวม6 คน เป็นตัวประกัน พร้อมใช้ปืนยิงข่มขู่ หลายนัด สร้างความตื่นตระหนกแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเป็นอย่างมาก เหตุเกิดภายใน ร้านอาหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ่าวไร่เล ม.2 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เมื่อช่วงเย็นผ่านมา


พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม ผกก.สส.ภ.จว.กระบี่ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ นายเอกพจน์ ได้เดินทางมาหาเพื่อน ที่อ่าวไร่เลย์ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ และได้เข้าพักอยู่กับเพื่อนเมื่อคนที่ผ่านมา จนกระทั่งช่วงเย็นที่ผ่านมา นายเอกพจน์ ได้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง และหวาดระแวงตลอดเวลา กลัวว่าจะมีคนมาทำร้าย พร้อมนำอาวุธปืน ออกมา เดินถือไปตามร้านค้าอ่าวไร่เลย์ จากนั้นได้เข้าไปในร้านอาหารที่ เกิดเหตุ ก่อนเดินขึ้นไปบนชั้นสองของร้าน ซึ่งมีและก็ใช้ปืนขู่ให้ นักท่องเที่ยวต่างชาติและพนักงานคนไทย รวมประมาณ 6คน นอนคว่ำหน้า เป็นครอบครัวชาวออสเตรเลีย3 คน และพนักงานนวดคนไทย 3 คน และจับไปรวบมไว้ในห้องพักบนชั้นสอง จากนั้นนายเอกพจน์ พูดจากห้ามไม่ให้ใครขึ้นมา พร้อมยิงปืนขึ้นฟ้าประมาณ 4นัดสร้างความตื่นตระแก่นักท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย


ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ภ.ว.กระบี่ ตำรวจสภ.อ่าวนาง นปพ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกว่า 50นาย ได้สนธิกำลังเข้าปิดล้อม พร้อมขอให้นักท่องเที่ยวที่อยู่ในร้าน ทยอยออกมา และกลับเข้าที่พักด้วยความสงบ และพยายามเกลี้ยกล่อมแต่นายเอกพจน์เมื่อเห็นหน้าที่ก็เกิดอาการหวาดระแวงตลอดเวลา และใช้ปืนเล็งไปมา รอบๆตัว ต่อมาพ.ต.อ.ชวลิต จึงได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังพ่อของนายสุพจน์ที่อยู่ จ. นครศรีธรรมราช เพื่อให้โทรหานายเอกพจน์เพื่อช่วยเกลี้ยกล่อม ให้ยอมมอบตัว จนกระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 45นาที นายพจน์ ก็ยอม ทิ้งอาวุธปืนลงมาจากชั้นสอง จากนั้น เจ้าหน้าที่ได้เข้าชาร์จตัว ตัวและควบคุมตัว ไปทำการสงบสติอารมณ์ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหากังขังหน่วงเหนี่ยว พกอาวุธพื้นในที่สาธารณะ และยิงปืนในที่สาธารณะ ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้น ทราบว่าผู้ต้องหาได้ดื่มเหล้าและเสพยา จนเกิดอาการหลอน กลัวคนจะมาทำร้าย ก่อนที่จะก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจปัสสาวะและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

Related posts