กรมศุลกากรวางมาตรการคุมเข้มนำเข้าเศษพาสติกและอิเล็กทรอนิกส์ (ชมคลิปคลิกๆ )

กรมศุลกากรวางมาตรการคุมเข้มการนำเข้าเศษพลาสติก และ อิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการเอ๊กเรย์แบบ100% หากพบผิดกฏหมายจะผลักดันกลับแหล่งที่มาทันทีชึ่งล่าสุดเตรียมผลักดันทั้งหมด 40 ตู้

นายชัยยุทธ คำคุณ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากรพร้อมคณะผู้บริหารกล่าวถึงสถานการณ์และมาตรการการนำเข้า ส่งออก เศษอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกว่า จากข้อมูลสถิติตามใบขนที่มีการขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม พบสถิติการนำเข้าเศษพลาสติก พิกัด 3915 ในปี 2560 มีปริมาณการนำเข้า จำนวน 145,764.98 ตัน และในปี 2561 ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนพฤษภาคม พบว่า มีปริมาณการนำเข้า จำนวน 212,051.72 ตัน ส่วนสถิติการนำเข้าเศษอิเล็กทรอนิกส์ พิกัด 84 และ 85 พบว่า ในปี 2560 มีปริมาณการนำเข้า จำนวน 64,436.71 ตัน และในปี 2561 ตั้งแต่เดือนมกราคม-เดือนพฤษภาคม พบว่า มีปริมาณการนำเข้า จำนวน 52,221.46 ตัน
ทั้งนี้ จากสถิติการนำเข้าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 -2560 พบว่าเริ่มมีการนำเข้าของเสียอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้อนุสัญญาบาเซลเพิ่มปริมาณมากขึ้น อันเป็นผลสืบเนื่องจากในปี พ.ศ. 2560 ประเทศจีนประกาศห้ามนำเข้าขยะซึ่งมีผลบังคับใช้ในปีนี้ โดยมีสัดส่วนการนำเข้าและมีการจับกุมการกระทำความผิดปริมาณมากที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ และสำนักงานตรวจสินค้าลาดกระบัง ซึ่งสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรมกรรม ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ด้านนายกรีชา เกิดศรีพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารกลาง ในฐานะรองโฆษกกรมศุลกากร กล่าวว่าจากการประชุมหารือร่วมกันกับหลายหน่วยงานเรื่องการนำเข้า-ส่งออก เศษอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ได้ข้อสรุป 5 ข้อ คือ
1 จัดทำฐานข้อมูลร่วมกันระหว่างกรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อแลกเปลี่ยนข้อนำมาวิเคราะห์บริหารความเสี่ยง
2 กรมศุลกากรจะนำระบบควบคุมทางศุลกากร โดยใช้ระบบเอกซ์เรย์แบบ100%เข้ามาตรวจสอบตู้สินค้าทุกตู้ ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและเจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม จะทำงานร่วมกัน เปิดตรวจตู้สินค้าหากท่า หรือ ที่ที่มีการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเศษอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ในปริมาณมาก จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประจำ ณ ท่า หรือที่ดังกล่าวทันที
3 เมื่อพบการกระทำความผิดจะทำการผลักดันสินค้าเศษอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ออกไปยังแหล่งที่มา ให้ผู้นำเข้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
4 ทำการตรวจสอบย้อนกลับสำหรับบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตในการนำเข้า เมื่อผ่านพิธีการศุลกากรตรวจปล่อยของออกแล้ว จะทำการแจ้งไปยังกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ไปทำการตรวจสอบ ณ โรงงานต่อไป

5 ตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อกำหนดมาตรการอุดช่องโหว่ ในการนำเข้า นำส่ง นำผ่านไปยังปลายทาง และกำหนดมาตรการเพิ่มโทษในกรณีที่มีการกระทำความผิด
6 กรณีบริษัทกระทำความผิด ทางกรมศุลกากรจะส่งข้อมูลให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อยกเลิกใบอนุญาตต่อไปทันที

ที่ผ่านมากรมศุลกากรมีมาตรการเกวดขันมาโดยตลอด และจากการจับกุมอย่างต่อเนื่องทำให้มีเศษพลาสติก และ เศษอิเล็กทรอนิกส์ ที่ต้องผลักดันส่งกลับแหล่งที่มา 40 ตู้

สำหรับเศษพลาสติกนำเข้ามาต้องมีใบอนุญาตินำเข้า แต่ละวันนำเข้าประมาณ 70 ตู้ ส่วนเศษอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีใบอนุญาตินำเข้าเช่นกันโดยนำเข้ามาวันละประมาณ 17 ตู้ ซึ่งกรมศุลกากรมีหน้าที่เพียงตรวจสอบว่ามีใบอนุญาตินำเข้าถูกต้องหรือไม่ และมีการทำความสะอาดหลอมมาแล้วถึงจะให้ผ่านเข้าราชอาณาจักรได้หากพบมีการสำแดงเท็จจะตรวจยึดทันที ส่วนที่จับกุมเตรียมส่งกลับ หรือที่กำลังตรวจสอบอยู่นั้นเป็นการนำเข้าถูกต้องแต่โรงงานที่นำส่งเข้ามาถูกปิดไปก่อนหน้านี้แล้วจึงเป็นการนำเช้าไม่ถูกต้อง

เบญจมาศ อักษรนิตย์ รายงาน

Related posts