ส่อบานปลาย//ไลน์หลุดแก๊งซื้อขายใบอนุญาตโรงแรมเถื่อนพ่นพิษ กก.สอบสวนเชิญอดีตรองผู้ว่าประจวบฯให้ปากคำ คาดสรุปข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน

ส่อบานปลาย//ไลน์หลุดแก๊งซื้อขายใบอนุญาตโรงแรมเถื่อนพ่นพิษ กก.สอบสวนเชิญอดีตรองผู้ว่าประจวบฯให้ปากคำ คาดสรุปข้อเท็จจริงภายใน 15 วัน

 

วันที่ 14 เมษายน 2561 ที่ผ่านมานายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีมีการเผยแพร่สำเนาข้อมูลหลุดจากไลน์แอปพลิเคชั่น มีการคุยระหว่างอดีตผู้บริหารระดับสูงของจังหวัด และปลัดอำเภอรายหนึ่ง การต่อรองเรียกรับผลประโยชน์การออกใบอนุญาตให้โรงแรมบางอำเภอแห่งละ 3 แสน – 1 ล้านบาท ล่าสุดตนได้นำเอกสารสรุปข้อมูลเบื้องต้นจาก สำนักงานปกครองจังหวัด เดินทางไปรายงานให้ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยรับทราบแล้ว ขณะนี้ทราบตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน รวมทั้งช่วงเวลาที่มีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่ราชการ และ ขอยืนยันว่าคณะกรรมการฯจะทำการสอบข้อเท็จจริงกระบวนการวิ่งเต้นซื้อขายใบอนุญาตโรงแรม เพื่อให้มีข้อยุติอย่างแน่นอน

นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร ปลัดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ในวันที่ 17 เมษายน2561นี้ได้ทำหนังสือเชิญคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งจากหลายหน่วยงานร่วมประชุมเพื่อสรุปข้อเท็จจริงให้เสร็จภายใน 15 วัน พร้อมตั้งทีมงานสอบสวนข้อมูลทางลับเพื่อตรวจสอบสาระบบข้อมูลโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตทั้งหมด และขอให้กระทรวงมหาดไทยแต่งตั้งคณะกรรมการอีกชุดเพื่อสอบสวนเรื่องนี้ไปพร้อมกัน เพื่อให้มีข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะที่กรมการปกครองให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ล่าสุดพบว่ามีข้อมูลที่น่าสนใจพอสมควร และเพื่อให้มีความชัดเจนได้สั่งการให้นำข้อมูลโรงแรมที่รับใบอนุญาตถูกต้องในจังหวัด 503 แห่ง ตรวจสอบฐานข้อมูลโรงแรมในทุกอำเภอว่าโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องกี่แห่ง และ ข้อเท็จจริงในอำเภอนั้นมีโรงแรมที่ถูกต้องกี่แห่ง

“ ถ้ามีโรงแรมที่นอกเหนือจากสาระบบเดิมของจังหวัด ถือว่าเป็นโรงแรมเถื่อน โดยเฉพาะ อ.หัวหิน เจ้าหน้าที่ปกครองจังหวัดมีฐานข้อมูลโรงแรม 197 แห่ง ดังนั้นนายอำเภอไปต้องไปตรวจสอบว่ามีโรงแรมที่มีใบอนุญาตมากกว่านี้หรือไม่ หรือหากพบว่ามีเกินให้นำใบอนุญาตมาตรวจสอบกับจังหวัดว่าตรงกันหรือไม่ ถ้าไม่ตรงให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ทันที ส่งกรณีที่มีการร้องเรียนอดีตปลัดอำเภอรายหนึ่ง ที่เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.โรงแรมที่สำนักงานปกครองจังหวัดเรียกรับผลประโยชน์มีหลักฐานการจ่ายเช็คร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตั้งแต่ปี 2559 รวมทั้งรายอื่น แต่การสอบสวนล่าช้า ยอมรับว่ามีความเชื่อมโยงกับการสอบสวนเรื่องไลน์หลุด ยืนยันว่าคณะกรรมการฯ สามารถใช้อำนาจเชิญอดีตปลัดอำเภอ และ อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดรายหนึ่งเดินทางมาให้ปากคำเพื่อสอบข้อเท็จจริง หากพบมีความบกพร่องในการใช้อำนาจหน้าที่ จะมีความผิดทั้งทางวินัยและคดีอาญา ” นายสมพร กล่าว

แหล่งข่าวระดับสูงใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการวิ่งเต้นซื้อขายใบอนุญาตโรงแรมเถื่อนใน อ.หัวหิน ช่วงปี 2557 – 2558 จำนวน 6 แห่ง ได้ปรากฏรายชื่อในระบบที่สำนักงานปกครองจังหวัด แต่ไม่พบฐานข้อมูลเดิมที่ทำการปกครอง อ.หัวหิน เช่นเดียวกับเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ที่ทำการปกครองจังหวัดอ้างว่ามีรายชื่อโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาต 35 แห่ง แต่พบว่ามีโรงแรมอีกหลายแห่งมีใบอนุญาตเกินจากฐานข้อมูลของจังหวัด สำหรับขั้นตอนการขออนุญาตโรงแรมดังกล่าวไม่ได้เสนอผ่านปกครองอำเภอ แต่ผู้ประกอบการส่งตรงไปที่ปกครองจังหวัด เพื่อลงนามออกใบอนุญาต เนื่องจากหากใช้ขั้นตอนตามปกติจะมีความล่าช้าผู้ประกอบการจะมีค่าใช้จ่ายนอกระบบค่าใบ อ.1 และ อ.6 ให้นักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ เจ้าหน้าที่กองช่าง และฝ่ายปกครองอำเภอ

 

นิพล/ภาพข่าวประจวบฯ

Related posts